6 อันดับ น้องหมาที่อยากได้ที่สุด !!
♥ บทความนี้ เป็นบทความที่สนองตัญหาตัวเองล้วนๆ (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง) เป็นความชอบส่วนตัวจร้า เราเป็นพวกคลั่งสัตว์ตัวใหญ่ๆ ด้วยความที่ว่าเล่นด้วยเเล้วสนุกดี ชอบๆ เเม้จะเจ็บตัวสักหน่อยย (หัวเราะเบาๆ) เเต่ไม่เเน่ว่า ในบทความนี้เราอาจจะชอบน้องหมาสายพันธ์เดียวกันก็ได้ ใครจะไปรู้ (ยิ้ม) ลองมาดูกันดีกว่า ว่าเราจะชอบเหมื่อนกันไหม ? เเล้วนิสัยเเละลักษณะของน้องหมา เหมื่อนกับที่เราเคยเห็นรึเปล่าน๊า ?! ♥
Cr. http://www.royalcanin.co.th/var/royalcanin/storage/images/subsidiaries/th/home/node_1083605/node_1083614/node_1083615/21232158-32-eng-GB/_1_articleV3.jpg
____________________________________________________
อันดับที่ 6
| ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (labrador retriever) |
Cr. https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&ved=0ahUKEwjhuYj0pujOAhXEpI8KHZbLAqgQjBwIBA&url=http%3A%2F%2Fmarket.108dog.com%2Fboard%2Findex.php%3Faction%3Ddlattach%3Btopic%3D121910.0%3Battach%3D1429739&bvm=bv.131286987,d.c2I&psig=AFQjCNGTiD8o0F0lCxs_vYAINFv5YWAGBQ&ust=1472617784059633
สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์
รีทรีฟเวอร์ นี้มีต้นกำเนิดในรัฐนิวฟาวด์แลนด์ประเทศแคนาดา
โดยใช้ช่วยงานชาวประมงในการลากอวนเข้าฝั่ง ปีที่กำเนิดประมาณ ค.ศ. 1800
และต่อมาในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19
สุนัขต้นสายพันธุ์ลาบราดอร์ได้ถูกนำจากนิวฟาวด์แลนด์มาที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสุนัขที่มีสีดำ
ขนสั้นทั้งสิ้น แต่ด้วยความที่มีการเก็บค่าภาษีสุนัขที่แพงมาก
ประกอบกับกฏระเบียบที่เข้มงวดของอังกฤษทำให้การนำเข้าสุนัขพันธุ์นี้ไปยังอังกฤษต้องหยุดชะงักลง
เมื่อความต้องการลดน้อยลงคนจึงเลิกเพาะ
จนมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่โดยผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขในกลุ่มรีทรีฟเวอร์ในปี
ค.ศ. 1903 จะเห็นได้ว่าเดิมสุนัขพันธุ์นี้มีแต่สีดำ
แต่หลังจากมีการพัฒนาสายพันธุ์ในภายหลังทำให้เกิดสีเหลืองตามมา
ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปและถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์
หรือแม้จะเป็นสีช็อคก็ได้รับความนิยม
ปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้นอกจากจะใช้งานในการล่าสัตว์แล้ว
ยังใช้ในการตรวจค้นหายาเสพติด ระเบิด และช่วยนำทางให้กับผู้พิการทางสายตาอีกด้วย
Cr. http://mackiedog.com/wp-content/uploads/2015/06/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C4.jpg
มาตราฐานสายพันธุ์
ลักษณะทั่วไป : เป็นสุนัขที่มีโครงสร้างแข็งแรง
ฝึกง่าย มีความกระตือรือร้น ขนาดใหญ่ ตัวผู้สูง 22.5-24.5 นิ้ว
หนัก 60-75 ปอนด์ ตัวเมียสูง 21.5-23.5
นิ้ว น้ำหนัก 55-70 ปอนด์ (ส่วนสูงถึงหัวไหล่ และน้ำหนักโดยประมาณ
25-34 กิโลกรัม)
ศีรษะ : กะโหลกใหญ่กว้าง สันจมูกมี STOP
ขอบบนของเบ้าตาเป็นสันนูนขึ้นเล็กน้อย
ตา : ตามีแววที่เป็นมิตร
มีขนาดปานกลางไม่โปนหรือบุ๋มลึกเข้าไป มีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ
จมูก : จมูกใหญ่และกว้าง
มีสีดำสนิทหรือสีน้ำตาล (ขึ้อยู่กับสีขน)
ฟัน : ฟันต้องสบกันพอดี
โดยฟันล่างสัมผัสด้านในของฟันบน
หู : หูจะปรกด้านข้างของหัว มีขนาดพอดี
ถ้าดึงปลายหูมาด้านหน้าจะยาวระดับตา
ลำตัว : คอยาวเล็กน้อย มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงเป็นลักษณะของสุนัขที่ใช้ในเกมกีฬา
เส้นหลังตรง ลำตัวสั้น ช่วงอกกว้างหนา กระดูกซี่โครงค่อนข้างกลม
หาง : ส่วนโคนหางมีขนาดใหญ่ กลม หนา
เรียวไปยังส่วนปลาย ไม่มีพู่หาง หางคล้ายหางของนาก
ขน : ขนสั้น เหยียดตรงและหนา มีขนสองชั้น
ขนเรียบ มีสามสี สีดำสนิท สีน้ำตาลเข้ม หรือสีเหลืองหรือครีมจาง
ขา : ขาหน้าเหยียดตรงแข็งแรง อุ้งเท้าหนา
นิ้วเท้าโค้งมาก ขาหลังแข็งแรงได้สัดส่วน
ลักษณะนิสัย : เป็นสุนัขที่ฉลาด ใจดี เป็นมิตร
สุภาพ ไม่ก้าวร้าวต่อคนและสุนัขด้วยกัน อยู่รวมเป็นฝูงได้ ชอบว่ายน้ำ
ตอบสนองรวดเร็ว สามารถฝึกความสามารถพิเศษอื่นๆ ได้มากมาย เช่น
ใช้เป็นสุนัขค้นหาผู้ประสบภัย ค้นหายาเสพติด ฯลฯ
ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ง่าย
สิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ :
เป็นสุนัขที่อ้วนได้ง่าย ควรพาไปออกกำลังกายสม่ำเสมอ
และได้รับอาหารที่ถูกสุขลักษณะ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
อันดับที่ 5
โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ (golden retriever)
Cr. http://pirun.ku.ac.th/~b5410802632/img/SmileLove555.jpg
เป็นสุนัขขนาดใหญ่ที่มีความคล่องตัวสูง
เป็นสุนัขที่มีความเฉลียวฉลาดมากมากจนสามารถนำมาฝึกเพื่อใช้งานได้
เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีขนาดไม่เล็กหรือไม่ใหญ่จนเกินไป
จัดว่าเป็นสุนัขที่มีประสาทสัมผัสดีเลิศทั้งในด้านของการฟังเสียง
การดมกลิ่นสะกดรอย นอกจากนี้ยังมีสายตาอันเฉียบคมและแม่นยำ
ด้วยเหตุนี้วงการทหารและตำรวจในหลายๆ
ประเทศจึงได้นำสุนัขพันธุ์นี้มาฝึกเพื่อไว้ช่วยงานราชการ อาทิเช่น ตรวจค้นยาเสพติด, ดมกลิ่นสะกดรอยคนร้าย, ยามรักษาความปลอดภัย
แต่ที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมสูงสุด ก็เห็นจะได้แก่ฝึกให้เป็นสุนัขนำทางคนตาบอด
ทั้งนี้เพราะโกลเด้น รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขซึ่งฉลาด
แต่ไม่ค่อยเจ้าเล่ห์หรือซุกซนเหมือนสุนัขบางพันธุ์
Cr. https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiICVfeLzgaD34CBWo5Fodcz1geCnUnQeZGyCGk9r1Ei7PP5qhvdb5LoqwXe0MOxc9VLSTR-4W0rSUgXYf_-ir8HUzXo1pqo_xtJpXFFGqBNsjt8o0zEzILscuchiz9d2pYqf7-dCePxCc5/s1600/resting-golden-retriever.jpg
มาตราฐานสายพันธุ์
ลักษณะทั่วไป : โครงสร้างได้สัดส่วน
และดูแข็งแกร่งทรงพลัง เป็นสุนัขที่มีความกระตือรือร้นตลอดเวลา ค่อนข้างสงบเสงี่ยม
ไม่ส่งเสียงโดยไม่มีเหตุผล มีขนาดปานกลาง ไม่เทอะทะเก้งก้างจนดูเกะกะ เป็นสุนัขที่มีนิสัยค่อนข้างจะเป็นมิตรกับทุกๆ
คน ดังนั้นจึงสามารถพาไปไหนมาไหนโดยไม่สร้างปัญหา มีความเฉลียวฉลาด ว่านอนสอนง่าย
เป็นสุนัขที่มีความปราดเปรียวและอดทน
ลีลาในการย่างก้าวหรือไหวเป็นไปด้วยความนิ่มนวล
อุปนิสัย : มีความกระตือรือร้นตลอดเวลา
ค่อนข้างสงบเสงี่ยม ไม่ส่งเสียงโดยไม่มีเหตุผล มีขนาดปานกลาง
ไม่เทอะทะเก้งก้างจนดูเกะกะ
ศีรษะ : กะโหลกใหญ่และกว้างโค้งได้รูปสวยงาม
ไม่หยักเป็นร่องลึกหรือโหนกนูนจนมีลักษณะเป็นรูปโดม ช่วงรอยเชื่อมระหว่างจมูก ปาก
และหน้าผาก มีความลาดเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับหัก หรือเชื่อมต่อเป็นเส้นตรงเดียวกัน
ใบหน้าลึกและกว้างขนาดพอๆ กับศีรษะ,
สันจมูก, ปาก เป็นเส้นตรงเวลามองจากด้านข้างปลายจมูก
ปากค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นรับกับขนาดของกะโหลกศีรษะ
ลักษณะรูปทรงคล้ายลิ่มแลดูแข็งแกร่ง หนังย่นบริเวณหน้าผากอนุโลมให้มีได้
แต่ลักษณะของใบหน้าที่สวยงาม หนังบริเวณใบหน้าควรจะเรียบตึง
ขน : ขนดกแน่น สามารถปกป้องน้ำได้เป็นอย่างดี
ขนมี 2 ชั้น ขนชั้นนอกจะยาวและมีลักษณะค่อนข้างแข็ง แต่ไม่ถึงกับหยาบกระด้าง
เส้นขนมีความยืดหยุ่นในตัว ถ้าหากขนมีลักษณะเส้นเล็กหรือไม่ดกแน่นถือเป็นข้อบกพร่อง
ลักษณะของขนที่ถูกต้องจะต้องขึ้นแนบติดลำตัว
ส่วนเส้นขนจะเหยียดตรงหรือหยักศกเล็กน้อยไม่เป็นข้อบกพร่อง
สำหรับขนบริเวณด้านหลังของขาและใต้ท้องจะมีลักษณะค่อนข้างอ่อนนุ่มกว่าขนตามลำตัว
โดยเฉพาะขนที่บริเวณใต้คอ ด้านหลังของต้นขาหลัง และขนใต้หาง จะมีลักษณะอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ
ส่วนขนบริเวณศีรษะ ด้านหน้าของขา(หน้าแข้ง) และเท้าจะมีลักษณะสั้นและเรียบ โกลเด้น
รีทรีฟเวอร์ที่มีเส้นขนยาวจนเกินไป ขนฟูเป็นกระเซิงไม่แนบติดกับลำตัว
หรือมีขนเบาบางไม่ดกแน่น ขนเส้นเล็กล้วนถือเป็นข้อบกพร่อง
การตัดแต่งขนจะตัดเฉพาะอุ้งเท้าเท่านั้น
สี : สีต้องเป็นสีน้ำตาลออกทอง
ส่วนจะมีสีเข้มอ่อนไม่มีปัญหา ขนตามใบหน้าและลำตัวอาจจะมีเหลือบเทาหรือขาวก็ได้
แต่ถ้าเป็นรอยแต้มด่างสีขาว หรือมีขนสีขาวขึ้นแซมถือเป็นข้อบกพร่อง ยกเว้นโกลเด้น
รีทรีฟเวอร์ที่มีขนสีทองอ่อน ซึ่งมีสีจืดหรือจางมากๆ และสีขาวด่างที่ปรากฏแลดูกลมกลืนกับสีขน
ก็ถือเป็นข้ออนุโลม และถ้าหากพื้นที่ของสีขนส่วนใหญ่มีสีซีดจางเกินไป
หรือเข้มมากเกินไปก็ถือว่าเป็นข้อบกพร่อง พูดง่ายๆ ก็คือ
ถามีขนออกไปทางโทนสีครีมอ่อนๆ หรือสีน้ำตาลไหม้
ขนส่วนนี้จะต้องมีพื้นที่เป็นเพียงส่วนน้อยของขนทั้งหมด คือจะต้องมีโทนสีเข้มกว่าหรืออ่อนกว่ามาช่วยเสริม
และสีขนส่วนที่จะมาช่วยเสริมต้องครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า โกลเด้น
รีทรีฟเวอร์บางสายพันธุ์ขณะที่ยังเป็นลูกสุนัขอาจจะมีสีซีดจาง
แต่เมื่อโตขึ้นสีก็จะเข้มขึ้นโดยธรรมชาติ สำหรับโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่มีสีอ่อน
นอกเหนือจากที่กล่าวมาล้วนถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง
การเคลื่อนไหว : การก้าวย่างเป็นไปอย่างอิสระ
แลดูนุ่มนวลแต่ทรงพลังและสง่างาม เวลาที่วิ่ง
ระยะการย่างก้าวของขาหน้าและขาหลังจะต้องมาบรรจบกันที่กึ่งกลางลำตัว
เวลาเดินหรือวิ่งขาต้องไม่แกว่งหรือปัด ซึ่งในการประกวดการเคลื่อนไหวของโกลเด้น
รีทรีฟเวอร์ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
ขนาด : เพศผู้ควรมีความสูงระหว่าง 23-24
นิ้ว(ความสูงวัดที่หัวไหล่ขาหน้า) ส่วนเพศเมียควรมีความสูงอยู่ในช่วงระหว่าง 21-22
นิ้ว หากความสูงน้อยกว่าหรือมากกว่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 1 นิ้ว
ถือเป็นข้ออนุโลม แต่ถ้าสูงหรือเตี้ยกว่าเกิน 1 นิ้ว จากเกณฑ์มาตรฐานถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรงมาก
สำหรับความยาวของลำตัวโดยวัดจากหน้าอกถึงบั้นท้าย
ควรมีสัดส่วนความยาวมากกว่าความสูงเล็กน้อย คือ สัดส่วน 12 :11
ส่วนน้ำหนักของสุนัขเพศผู้ควรอยู่ในช่วงระหว่าง 65-75 ปอนด์ สำหรับเพศเมีย 55-56
ปอนด์
อารมณ์ : ควรมีความเป็นมิตรกับทุกๆ คน
ไม่มีนิสัยขี้หวาดระแวงและดูน่าเชื่อไว้วางใจได้ ไม่มีนิสัยก้าวร้าวดุร้าย
แต่ก็ไม่ขี้ขลาดตาขาวด้วยลักษณะ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
อันดับที่ 4
เซนต์เบอร์นาร์ด (St. Bernard)
Cr. http://pirun.ku.ac.th/~b5311400374/St.%20Bernard%205.jpg
เป็นสุนัขที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
น้ำหนักมากที่สุดแต่ใจดีที่สุด ตามสมญานามเรียกขานว่า สุนัขนักบุญ ( SAINT
) มีประวัติความเป็นมาว่า นักบุญเซนต์ เบอร์นาร์ด เดอเมนธอน
ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเทือกเขาแอลป์
โดยมีสุนัขคอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ติดอยู่ในหิมะ
หรือหลงทางหรือนอนหนาวอยู่ท่ามกลางลานหิมะ
Cr. https://www.yaklai.com/wp-content/uploads/2015/11/02115.jpg
มาตราฐานสายพันธุ์
ลักษณะทั่วไป : เป็นสุนัขที่มีพละกำลัง
รูปร่างสูงได้สัดส่วน แข็งแร่งและมีมัดกล้ามเนื้อในทุกส่วน ศีรษะแข็งแรง
เป็นสุนัขที่มีท่าทางฉลาดเฉลียวมากที่สุด
สุนัขที่มีหน้ากากสีดำจะทำให้ดูเข้มขึ้นแต่ไม่ทำให้ลักษณะโดยส่วนรวมเสียไปแต่อย่างใด
อุปนิสัย : ฉลาด ร่าเริง ช่างประจบประแจง
สอนง่าย จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาช้านานทั่วทุกมุมโลก
ศีรษะ : มีความแข็งแกร่งมาก
มีขนาดใหญ่โตและกว้าง กระดูกแก้มอยู่สูง มีสันกระดูกเหนือตาชัดเจนมาก
ผิวหนังที่หน้าผากเหนือตาเป็นรอยย่นจนเห็นได้ชัด
ซึ่งเป็นแนวเส้นเข้าไปรวมที่เส้นกลางศรีษะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสุนัขกำลังตื่นตัว รอยย่นจะเห็นได้ชัดมากขึ้น
การที่มีรอยย่นมากจนเห็นชัดเกินไปไม่เป็นที่นิยม ความลาดเอียงของกะโหลกศีรษะ
มายังจมูกจะหักมุมค่อนข้างมาก
จมูก : จมูกจะสั้นไม่เรียวเล็กตรงปลาย
และความลึกในแนวดิ่งที่ฐานของจมูกต้องมากกว่าความยาวของจมูก
สันของจมูกไม่โค้งแต่จะเป็นแนวตรง ในสุนัขบางตัวจะหักเล็กน้อย
ร่องกลางศรีษะตื้นเห็นได้ชัดเจนและค่อนข้างกว้าง
ปาก : ริมฝีปากไม่บางจนเกินไป
แต่จะโค้งอย่างสวยงามมายังขอบด้านล่างและเหลื่อมริมฝีปากล่างเล็กน้อย
ริมฝีปากล่างต้องไม่ห้อยมากไป ฟันควรมีความแข็งแรงและสบกันพอดี
ลักษณะขากรรไกรล่างสั้น แม้จะพบในสุนัขตัวที่มีความพร้อมสวยงามก็เป็นลักษณะที่ไม่นิยม
ถ้าขากรรไกรบนสั้นถือว่าเป็นข้อบกพร่อง ปากที่เป็นสีดำเป็นลักษณะที่ได้รับความนิยม
หู : มีขนาดปานกลาง
ตั้งอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างสูงที่บริเวณฐาน ห่างจากศีรษะเล็กน้อย
แล้วพับงอลงมาด้านข้างแนบอยู่กับศีรษะ
ใบหูนิ่มมีลักษณะสามเหลี่ยมปลายมนยาวออกไปเล็กน้อย ทางด้านปลาย
ขอบหูด้านหน้าอยู่แนบชิดกับศีรษะ โดยที่ขอบหูด้านหลังอาจอยู่ห่างจากศีรษะเล็กน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสุนัขอยู่ในท่าเตรียมพร้อม
ตา : ตั้งอยู่ทางด้านหน้ามากกว่าทางด้านข้าง
มีขนาดปานกลาง สีน้ำตาลเข้ม มีแววตาฉลาดและเป็นมิตร มีความลึกปานกลาง เปลือกตาด้านล่างปิดไม่สนิท
จึงทำให้เกิดรอยย่นที่มุมตาด้านใน หนังตาที่หย่อนมากเกินไป
จนทำให้เห็นต่อมน้ำตาอย่างชัดเจน หรือมีสีแดงมาก
เปลือกตาหนาและตามีสีจางเกินไปเป็นลักษณะที่ไม่นิยม
ลำคอ :
ชูตั้งสูงและในขณะปฏิบัติหน้าที่ลำคอจะตั้งตรง นอกจากนั้นแล้วจะอยู่ในแนวระนาบ
การเชื่อมต่อของศีรษะและคอจะเห็นได้ชัด
โดยบริเวณต้นคอมีมัดกล้ามเนื้อมากและด้านข้างมีความกลม
ซึ่งทำให้มองเห็นว่าลำคอสั้น จะมีส่วนหนังที่ยื่นลงมาบริเวณใต้คอจนเห็นได้ชัด
แต่ถ้าชัดมากเกินไปจะไม่เป็นที่นิยม
หัวไหล่ : กว้างและมีความลาดเอียง
มีมัดกล้ามเนื้อมากและมีพละกำลัง ส่วนสูงสุดของไหล่จะมองเห็นได้ชัดเจน
หน้าอก : มีความโค้งมาก ลึกพอประมาณ
ไม่ยื่นลงไปต่ำกว่าข้อศอก
หลัง : กว้างมากเป็นแนวเส้นตรงจนถึงสะโพก
จากตรงนี้จะค่อยๆ ลาดลงไปจนถึงส่วนท้าย และประสานกลมกลืนกัน
จนไม่เน้นร่องรอยเข้าไปยังส่วนโคนหาง ส่วนท้ายของตัวพัฒนาขึ้นมาอย่างดี
ขามีมัดกล้ามเนื้อมาก
ท้อง :
แยกออกจากส่วนเอวที่มีพละกำลังมากจนเห็นได้ชัด ลอยสูงขึ้นเล็กน้อย
หาง : ใหญ่และยาว มีน้ำหนัก
ขณะพักจะห้อยลงม้วนงอเล็กน้อย ในช่วงหนึ่งในสามของหางส่วนปลาย
ซึ่งไม่ถือว่าเป็นข้อบกพร่องในสุนัขที่มีลักษณะดีหลายตัว
หางจะอยู่ในลักษณะปลายงอนเล็กน้อย เพราะฉะนั้นจึงอยู่ในรูปของอักษร " f
" ในขณะเคลื่อนไหวหางจะชูขึ้น
แต่ไม่ถึงขนาดชูตั้งตรงหรือม้วนหางอยู่เหนือหลัง
การที่ปลายหางม้วนลงเล็กน้อยเป็นลักษณะที่ยอมรับได้
ขน : ดก หนาแน่นมาก โดยมีความยาวพอประมาณ
ขนหยิกเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับม้วนงอและไม่ยุ่งเป็นกระเซิง
ตามปกติที่หลังโดยเฉพาะจากบริเวณส่วนท้ายจนถึงก้นขนจะหยิกมากกว่า
เป็นเงื่อนไขที่กำหนดในสุนัขขนสั้น หางจะมีขนเป็นพุ่ม โดยมีขนดกหนาแน่นยาวปานกลาง
ขนหางที่หงิกงอไม่เป็นที่นิยม หางที่ขนด้านใดด้านหนึ่งที่เรียกว่า flag
tail เป็นข้อบกพร่อง
ที่ใบหน้าและหูจะปกคลุมด้วยขนที่สั้นและอ่อนนุ่ม
ขนที่ยาวกว่าที่ฐานของหูเป็นที่ยอมรับได้ ขาหน้ามีขนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ต้นขาจะมีขนค่อนข้างมาก
สี : ขาวกับแดงหรือแดงกับขาว สีแดงจะมีหลายเฉดสี
แถบสีเทากับมีจุดสีขาว สีแดงและสีเหลืองออกน้ำตาลจะมีคุณค่าเท่ากัน รอยแต้ม ( marking
) ที่จำเป็นคือ หน้าอก เท้าและปลายหาง สีแดงขาวและแต้มสีขาว
จะเป็นที่นิยมมากถ้ามีสีเดียวหรือไม่มีสีขาวจะไม่นิยม สีอื่นๆ
ทั้งหมดถือว่าเป็นข้อบกพร่อง เว้นแต่เฉดสีที่นิยมกันที่มีอยู่ที่ศีรษะและหู (
หน้ากาก )
ขนาด : ตัวผู้สูงอย่างน้อย 27.5 นิ้ว
ตัวเมียสูงอย่างน้อย 25.5 นิ้ว
ข้อบกพร่อง : สิ่งต่างๆ
ทั้งหมดที่ผิดไปจากมาตรฐาน เช่นหลังคดและหลังยาวไม่ได้สัดส่วน
ข้อเท้าขาหลังโค้งงอมากไป ส่วนท้ายของลำตัวเป็นเส้นตรง มีขนขึ้นบริเวณนิ้วเท้า
ข้อเท้าแบบวัว และข้อเท้าขาหน้าอ่อนแอ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
อันดับที่ 3
ไซบีเรียน ฮัสกี้ (siberian husky)
เป็นสุนัขขนาดกลาง หูตั้งตรง ขนยาวเหยียดตรงหนา
และปุย ใบหน้าจะสั้น แต่ปากแหลมยาวคล้ายปากสุนัขจิ้งจอก สง่างาม
เวลายืนมีขาหน้าใหญ่กว่าขาหลัง นัยน์ตาเล็กกลมสีเหลืองทองคล้ำ
ส่วนของหางจะเป็นพวงแต่มีบางตัวไม่เป็นพวง สำหรับลักษณะของใบหน้าแบ่งเป็น 3 แบบ
คือ
มาตรฐานพันธุ์
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
♥ ไงๆ เป็นยังไงกันบ้าง ?? มีน้องหมาที่ชอบเหมื่อนกันรึเปล่าๆ 555+ บทความนี้ไม่มีอะไรมาก เเค่อยากจะเรียนรู้ลักษณะ นิสัย การดูเเลในสิ่งที่เรารัก เราชอบเท่านั้น ในอนาคต อยากจะเป็น สัตวเเพทย์ อยากรักษาสัตว์ชนิดต่างๆ เเต่สัตว์ที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด ไม่พ้นน้องหมา น้องเเมว น้องหนู น้องกระต๋าย ที่ฮิตสุดก็น้องหมา ฮ่าๆ เลยอยากจะศึกษาไว้ .... จะทำทุกสายพันธ์ุก็ดูจะเยอะไป เลยจำกัดขอบเขตเเค่สายพันธ์ุที่เราสนใจเอาหน๊ะ ^0^ ขอบคุณที่รับชมน่ะฮ่ะ !! <3
ขอบคุณข้อมูลจาก http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2010/01/J8758797/J8758797.html น๊ะค่ะ ^^
อันดับที่ 3
ไซบีเรียน ฮัสกี้ (siberian husky)
Cr. https://sites.google.com/site/siberianhusky1908/_/rsrc/1422078051047/matrthan-say-phanthu/home/prawati-sibireiy-n-has-ki/siberian-husky-puppies-1229-1920x1080.jpg?height=631&width=1235
มีถิ่นกำเนิดในไซบีเรียน
สุนัขพันธุ์นี้ถูกคัดเลือกพันธุ์ขึ้นโดยชาวพื้นเมืองที่เรียกว่า CHUKCHI เพื่อให้ทำหน้าที่ล่าสัตว์และเฝ้ายาม
แต่ต่อมาถูกพัฒนาให้มีลักษณะของสุนัขลากเลื่อน ประมาณ คศ.1900
มีการแข่งขันสุนัขลากเลื่อน ALASKA โดยมีระยะทางถึง 400
ไมล์ สุนัขที่ชนะในการแข่งขันคือสุนัขพันธุ์ SIBERIAN HUSKY หลังจากนั้นกีฬาแข่งลูกสุนัขลากเลื่อนก็เป็นที่นิยมมากขึ้น
สุนัขพันธุ์นี้ก็มักจะชนะอยู่เสมอ AKC. รับรองสุนัขพันธุ์นี้ในปี คศ.1930
Cr. http://www.dogtrainingeliteinc.com/wp-content/uploads/2016/04/siberian-husky-03.jpg
มาตราฐานสายพันธุ์
อุปนิสัย : ฉลาดเป็นมิตร สุขุม
สามารถทำงานร่วมกันเป็นฝูงได้
ส่วนหัว : มีขนาดปานกลางสมส่วนกับลำตัว
หัวกะโหลกค่อนข้างกลม หัวกะโหลกระหว่างหูจะกว้าง และเรียวลงจรดตาทั้งสองข้าง
หู :
มีขนาดปานกลางมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายหูมน ใบหูหนา มีขนแน่นหูตั้ง
ตา : มีลักษณะเป็นรูปกลมรี อยู่หางกันพอประมาณ
ตามีสีน้ำตาลเข้ม
ดั้งจมูก : มีมุมหักพอประมาณ
ปาก :
ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก ปากมีความกว้างพอประมาณ
สันปากตรง โคนปากใหญ่ และเรียวลงจรดปลายจมูก ริมฝีปากตึง มีสีเข้ม
จมูก : มีสีดำ น้ำตาลเข้ม หรือชมพู
ฟัน : ขาวสะอาด แข็งแรง ขบแบบกรรไกร
ลำตัว : มีขนาดปานกลาง เส้นหลังตรงขนานกับพื้น
ความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงของลำตัวเล็กน้อย
คอ : มีความยาวปานกลาง มีลักษณะโค้ง ขณะเดิน
หรือวิ่ง คอจะยืดไปข้างหน้า
ลำตัวส่วนหน้า : หัวไหล่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ
แข็งแรง
อก : มีลักษณะแข็งแรง อกลึกจรดข้อศอก
อกมีความกว้างพอประมาณ ไม่กว้างจนเกินไป
ขาหน้า : มองจากด้านหน้าขาหน้าทั้งสองข้างตรง
ห่างกันพอเหมาะ มองจากด้านข้างข้อเท้าเอียงเล็กน้อย ท่อนขาตรง
ความยาวของขาจากข้อศอกถึงพื้นจะมากกว่าความยาวจากข้อศอกถึงหัวไหล่เล็กน้อย
เท้ามีลักษณะกลมรี นิ้วเท้าชิด เท้ามีขนหนาแน่น
ขาหลัง : ท่อนบนประกอบด้วยกล้ามเนื้อ
มีกำลังมาก ข้อเท้าหลังแข็งแรง มองจากเท้าหลัง ขาหลังทั้งสองข้างตั้งตรงขนานกัน
ห่างกันพอเหมาะ เท้ามีลักษณะกลมรีนิ้วเท้าชิด เท้ามีขนหนาแน่น
หาง : มีขนเป็นพวง หางมักจะยกสูงโค้งเล็กน้อย
หางไม่บิดเอียงไปทางซ้ายหรือขวา
ขน - สี : ขนมีสองชั้น ขนชั้นในนุ่ม
ขนชั้นนอกแข็งแนบชิดผิวหนัง ขนมีหลายสี ตั้งแต่สีดำหรือขาวล้วน
ขนาด : เป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลาง
น้ำหนัก : เพศผู้หนักประมาณ 45 - 60
ปอนด์ เพศเมียหนักประมาณ 35 - 50 ปอนด์
ส่วนสูง : เพศผู้สูงประมาณ 21 - 23.5
นิ้ว เพศเมียสูงประมาณ 20 - 22 นิ้ว
การเดิน - วิ่ง : มีความสง่างาม
เคลื่อนที่ได้เร็ว ขณะวิ่งเท้าไม่บิด หรือปัด
ข้อบกพร่อง : หูใหญ่ หูตก หางม้วนมาก
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
อันดับที่ 2
ไทยบางแก้ว (Thai Bangkaew)
Cr. https://www.yaklai.com/wp-content/uploads/2015/11/0685.jpg
ลักษณะทั่วไป
หน้าเสือ : มีกระโหลกใหญ่ ใบหูเล็ก
แววตาดุร้าย มีขนที่คอแต่ไม่รอบคอ และไม่มีเคราใต้คาง
หางมีทั้งเป็นพวงและไม่เป็นพวง ส่วนขนมีทั้งฟูและไม่ฟู
หน้าสิงห์โต : มีขนแผงคอใหญ่รอบคอ
มีเครายาวใต้คาง กระโหลกใหญ่ ใบหูเล็กและตั้งตรง ช่วงตัวตอนหน้าใหญ่ตอนท้ายเล็ก
แววตาปกติจะเซื่องซึม แต่จะดุร้ายและคล่องแคล่วว่องไวเมื่อเจอคนแปลกหน้า
หางเป็นพวง จัดเป็นสุนัขที่หายากและมีราคาแพง
หน้าจิ้งจอก : ใบหน้าแหลม
ใบหูใหญ่กว่าสองชนิดแรก หางเป็นพวง นิสัยไม่ค่อยดุร้าย
นิสัย : บางแก้ว เป็นสุนัขที่มีนิสัยค่อนข้างดุ
แต่มีความซื่อสัตย์และหวงเจ้าของมากเป็นพิเศษ ไม่ชอบคนแปลกหน้า
มีความสามารถในการดมกลิ่นและจำเสียงเป็นเลิศ ตื่นตัวตลอดเวลา กล้าหาญ กินอาหารง่าย
ชอบเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นสุนัขที่หวงสิ่งของในบ้าน
หากคนภายนอกบ้านแตะต้องจะกัดทันทีและกัดไม่ปล่อย
Cr. http://www.kamolchaibangkaew.com/images/data/data_85.jpg
ขนาด เพศผู้ เพศเมีย
ความสูง (เซนติเมตร) : 42 - 53 39 - 49
น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) : 17 - 20
ขน : ลักษณะขนเป็นขนยาวสองชั้นและหนา
ชั้นนอกจะเหยียดยาวและฟู ส่วนขนชั้นในจะนิ่มละเอียด และมีขนยาวที่แผงคอ
สี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม :
สีเดียว เช่น ขาว, ดำ,
น้ำตาล, เทา และนาก
สีประ หรือสีผสม เช่น ขาว – ดำ,
ขาว – น้ำตาล, ขาว
– นาก และเทาน้ำตาล
สีที่นิยม คือ ขาว, ขาว
– น้ำตาล, ขาว
– ดำ, ดำ และ ลายเสือ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
อันดับที่ 1 ...
เยอรมันเชฟเฟิร์ด (German Shepherd)
Cr. http://62ksj3m5gzx4ama4t35aw1814sx.wpengine.netdna-cdn.com/wp-content/uploads/2014/02/German-Shepherd-Puppies-in-Arizona.jpg
มีถิ่นกำเนิดในประเทศเยอรมัน
มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อัลเซเชี่ยน" ผู้คนนับพันนับหมื่นที่ต้องอยู่ในโลกมืด
ได้อาศัยเจ้าเยอรมันเชฟเฟร์ดนี่แหละที่คอยเป็นพี่เลี้ยงนำทางไหนต่อไหนได้
พิทักษ์สันติราษฎร์ในเยอรมันนี แคนาดา ตามตรอกซอกซอยของบัลติมอร์
หรือในสวนสาธารณะของไฮด์ปาร์คที่มืดสลัว ไปด้วยม่านหมอกในใจกลางกรุงลอนดอน
ย่อมรู้ดีว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานรักษากฎหมาย ที่ไม่ย่นระย่ออย่างใดทั้งสิ้น
เขาทำหน้าที่เฝ้าเหมืองเพชรในคิมเบอร์ลี่ย์ก็ได้ เฝ้าโรงเรียนในนิวยอร์คก็ได้
หรือให้เฝ้าฐานทัพอากาศที่ทริโปลีก็ได้
ไม่มีใครสามารถคำนวณได้ว่าสุนัขพันธุ์เยอรมันเชฟเฟร์ด ได้ช่วยชีวิตคนไว้เท่าไรในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่สอง
โดยที่การดมกลิ่นหาทหารบาดเจ็บบ้าง ถือสารและลำเลียงเวชภัณฑ์บ้าง
คอยเตือนหน่วยลาดตระเวนในป่าต่อการถูกซุ่มโจมตีบ้าง
ตลอดจนการตรวจรักษาแนวชายฝั่งทะเลเพื่อกันการก่อวินาศกรรม
และค้นหาชาวบ้านที่ถูกซากปรักหักพังทับถมอยู่เนื่องจากการถูกระเบิดทางอากาศ
ในยามไม่มีศึกสงคราม มันก็ทำงานเป็นการกุศล
เนื่องจากจมูกที่ไวสามารถนำคนค้นหาพวกที่ถูกหิมะถล่ม
ฝังเอาไว้ในเทือกเขาแอลป์ของสวิส ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้มีรูปร่างที่สวยงาม
เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง เป็นผลมาจากการผสมของสุนัขต้อนแกะหลายชนิดมานับศตวรรษ ซึ่งรวมเอาสุนัขที่มีขนาดย่อมแต่ว่องไวของท้องทุ่งเยอรมันภาคเหนือ
กับสุนัขที่โตล่ำสันกว่าของภูมิภาคที่เป็นขุนเขาทางใต้เอาไว้ด้วย
แม้จะสิ้นศตวรรษที่ 19 ยุคเลี้ยงแกะของเยอรมันได้สิ้นสุดลง
แต่อย่างไรก็ตามนักเพาะพันธุ์สุนัขไม่กี่คนก็ยังพยายามสงวนพันธุ์อันมีคุณสมบัติอันวิเศษในการเลี้ยงแกะเอาไว้
ซึ่งนับว่าควรแก่การยกย่องมากที่สุดได้แก่ ร้อยเอกทหารม้าผู้หนึ่งชื่อ
มาร์กฟอนสเตฟานิตช์ ซึ่งได้ลงเรี่ยวลงแรงแข็งขัน
เพื่อที่จะทำให้สุนัขพันธุ์นี้เข้ามาตรฐาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1889
และได้เจริญเติบโตเรื่อยมาจนมาเป็นสโมสรสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
โดยการเพาะพันธุ์สุนัขอย่างเดียว จากความพยายามของร้อยเอกฟอนสเตฟานนิตช์กับพรรคพวก
ที่ได้พยายามเสาะหาสุนัขที่ใช้งานได้ดีและฉลาด และแล้วผลที่ได้ก็น่าภาคภูมิใจ
ที่เมื่อมองสุนัขพันธุ์นี้ขณะที่มันปฏิบัติตามคำสั่งของนายโดยไม่ผิดพลาด
Cr. https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgaOrraZ2MLGnRpNOl-7EC54Um8KKdKTrAspbJ-YAmYTuS_-2qSsyQKpkWRcBApHb2F6g_jEJbmaNbsM-Rk1j5kNq1EqJ7fxV0SpAufgBV8bLxV5qvoHOlDmKvZUA37fLO3YUY1mPDEBkrY/s1600/german-shepherd-dog.jpg
มาตรฐานสายพันธุ์
ลักษณะโดยทั่วไป : สิ่งที่ประทับใจของผู้ที่ได้พบเห็นเยอรมันเช็พเพอดที่ดีคือ ความแข็งแรงว่องไว
เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตื่นตัวและมีชีวิตชีวา
มองโดยรวมแล้วจะกลมกลืนและได้สัดส่วนกันระหว่างส่วนหน้าและส่วนท้าย
ตัวจะยาวกว่าส่วนสูง ลำตัวลึก เส้นรอบตัวจะเป็นเส้นโค้งที่กลมกลืนแทนที่จะเป็นเหลี่ยมมุม
มีขนาดค่อนข้างใหญ่และอ่อนแอ
ให้ความรู้สึกไม่ว่าจะอยู่นิ่งหรือเคลื่อนไหวถึงความกระชับของกล้ามเนื้อและการเคลื่อนที่อย่างนุ่มนวล
อุปนิสัย :
เยอรมันเช็พเพอดมีบุคลิกที่เด่นชัดคือ มีการแสดงออกถึงความไม่หวาดหวั่นแต่ก็ไม่ก้าวร้าว
มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความกระตือรือร้นและตื่นตัวกระฉับกระเฉง
เต็มใจจะรับใช้เต็มที่ในลักษณะของการเป็นเพื่อน
เป็นสุนัขเฝ้าบ้านนำทางผู้ที่อยู่ในโลกมืด เป็นสุนัขต้อนฝูงสัตว์
หรือทำหน้าที่อารักขา สุนัขจะไม่ขี้ขลาดหรือหลบอยู่หลังผู้เป็นเจ้านาย ไม่ควรจะอ่อนไหว
ไม่มองไปรอบๆ หรือแหงนหน้ามอง ไม่แสดงอาการตื่นตระหนก
โดยจะหางตกเมื่อได้ยินเสียงหรือมองเห็นสิ่งแปลกๆ
หากสันขมีอุปนิสัยดังกล่าวข้างต้นจะถูกตัดสินว่ามีความบกพร่องอย่างร้ายแรง
สุนัขจะต้องยอมให้กรรมการตรวจฟันและลูกอัณฑะ ถ้าหากสุนัขกัดกรรมการจะต้องถูกไล่ออกจากสนามประกวด
สุนัขที่อยู่ในอุดมคติควรที่จะสามารถใช้งานในลักษณะที่ไม่หยิบโหย่ง
ผสมผสานกับลำตัวและการก้าวย่างที่เหมาะกับงานการที่ทำ
ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน
ศีรษะ : แลดูสง่างาม ถูกสลักเสลาอย่างเรียบร้อย
แข็งแรงได้สัดส่วนกับลำตัว ศีรษะของเพศผู้แลดูล่ำสัน ส่วนเพศเมียก็อ่อนช้อย
ปากยาวและแข็งแรง มองจากด้านหน้าหน้าผากจะโค้งเล็กน้อย
กะโหลกศีรษะลาดเทยาวเป็นรูปลิ่ม ดั้งจมูกจะไม่หักมาก กรามแข็งแรง
หู :
แหลมพอประมาณได้สัดส่วนกับกะโหลกศีรษะและเปิดไปข้างหน้า
และจะตั้งชันเมื่อตั้งอกตั้งใจ หูที่อยู่ในอุดมคติเส้นกลางของใบหูเมื่อมองจากด้านหน้า
จะขนานกันและจะตั้งฉากกับพื้น หูที่ถูกตัดหรือห้อยจะต้องถูกคัดออกจากสนามประกวด
ตา : ขนาดปานกลาง รูปร่างเหมือนเมล็ดอัลมอนด์
ตั้งแบบเฉียงเล็กน้อยแต่ไม่โปนออกมา ตาควรจะดำมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
มีแววตาที่ฉลาดและเฉียบแหลม
ฟัน : 42 ซี่ ข้างบน 20 ซี่ ข้างล่าง 22 ซี่
แข็งแรงและสบกันแบบกรรไกร
ฟันข้างบนยื่นไปข้างหน้าหรือการสบแบบเสมอเป็นลักษณะที่ไม่พึงประสงค์
ฟันล่างที่ยื่นไปข้างหน้าเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง
ถ้าหากฟันซี่อื่นที่นอกเหนือไปจากฟันกรามเล็กก็ถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรงเช่นกัน
คอ : แข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
ค่อนข้างยาวได้สัดส่วนกับศีรษะ หนังไม่หย่อนยาน
เมื่อสุนัขตั้งใจหรือตื่นเต้นศีรษะจะชูสูง คอจะยืดออก
โดยทั่วไปศีรษะจะยื่นไปข้างหน้ามากกว่าชูสูง แต่จะสูงกว่าไหล่เล็กน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเคลื่อนไหว
ส่วนหน้า : แผ่นกระไหล่ยาวและทำมุมเฉียง
อยู่ในแนวราบและไม่ยื่นไปข้างหน้า แขนตอนบนเชื่อมกันแผ่นกระดูกไหล่โดยทำมุมราว 90
องศา ขาหน้าไม่ว่าจะมองดูทางไหนก็เหยียดตรง และกระดูกจะเป็นรูปไข่มากกว่ากลม
ฝ่าเท้าแข็งแรงและทำมุมราว 25 องศา กับแนวตั้ง
เท้า : สั้นและกระชับ นิ้วโค้งอย่างพอเหมาะ
อุ้งเท้าหนาแบะเล็บแน่น สั้นและมีสีดำ ควรตัดนิ้วติ่งที่ขาหลัง
แต่นิ้วติ่งที่ขาหน้ามักจะปล่อยให้อยู่อย่างเดิม
สัดส่วน :
สุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดที่นิยมกันจะอยู่ในสัดส่วนของความยาวต่อความสูงอยู่ระหว่าง
10 ต่อ 8.5 ความสูงของสุนัขเพศผู้วัดจากจุดสูงสุดของไหล่อยู่ระหว่าง 24-25 นิ้ว
ส่วนเพศเมีย 22-24 นิ้ว ความยาววัดจากกระดูกอกไปยังตอนท้ายของกระดูกสะโพก
ลำตัว :
โครงสร้างโดยรวมทำให้เกิดความรู้สึกถึงความลึกและแน่น แต่ไม่เทอะทะ
อกควรจะเต็มและลงลึกอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้าง
อกกว้างมีเนื้อที่มากพอสำหรับหัวใจและปอด ซี่โครงยาวและโค้งไม่เป็นรูปถังเบียร์หรือแบนมากเกินไป
และไปจรดส่วนอกลงไปถึงข้อศอก
หากซี่โครงอยู่ในลักษณะที่ถูกต้องจะทำให้ศอกหดกลับอย่างอิสระในขณะที่สุนัขกำลังวิ่งเหยาะๆ
หากกระดูกซี่โครงโค้งออกมามากเกินไปจะทำให้ข้อศอกกางออก
ท้อง : กระชับ ชายกระเบนเหน็บจะรั้งขึ้นเล็กน้อย
เส้นหลัง : จุดสูงสุดของเส้นหลังจะสูงและค่อยๆ
ลาดเท
หลัง : เหยียดตรงแข็งแรงมาก
ไม่แอ่นหรือโค้งขึ้น เอวมองจากด้านบนจะกว้างและแข็งแรง
ความยาวระหว่างกระดูกซี่โครงซี่สุดท้ายและตะโพกมากเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์
ตะโพกยาวและค่อยๆ ลาดเท
หาง :
เป็นพวงข้อกระดูกสันหลัวข้อสุดท้ายอย่างน้อยจะยื่นไปต่อกระดูกขาหลัง
หางตั้งอยู่ตรงตะโพกและห้อยลงขณะที่อยู่ในท่าพัก หางจะโค้งเล็กน้อย
เมื่อสุนัขตื่นเต้นหรือกำลังเคลื่อนไหวหางจะโค้งและยกขึ้น
แต่ไม่ควรโค้งไปข้างหน้าและเลยเส้นตั้งฉาก หางที่สั้นเกินเป็นข้อบกพร่องอย่างมาก
หากหางถูกตัดจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ประกวด
ส่วนท้าย : เมื่อมองจากด้านข้าง
ตะโพกโดยรวมจะกว้าง ส่วนที่อยู่ระหว่างข้อต่อขาหลังและเท้า สั้นและแข็งแรง
การย่างก้าว :
เยอรมันเช็พเพอดเป็นสุนัขที่วิ่งเหยาะๆ
โครงสร้างถูกพัฒนามาเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงาน
การก้าวย่างควรจะเป็นไปด้วยความนุ่มนวล และยื่นเท้าออกไปสุด ราบรื่นและเป็นจังหวะ
สี : ไม่มีสีที่แน่นอน แต่จะนิยมสีเข้มมากกว่า
หากจมูกสีอ่อน สีฟ้าหรือเป็นสีตับเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง
หากขนสีขาวหรือมีจมูกไม่ดำจะถูกห้ามไม่ให้ลงประกวด
ขน : ควรมีขนสองชั้นและยาวปานกลาง
ขนชั้นนอกควรจะแน่นมากที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ ขนเหยียดตรง หยาบแนบไปกับลำตัว
ขนชั้นนอกเป็นลอนเล็กน้อย ศีรษะรวมทั้งข้างในหู หน้าผาก
ขาและเท้าจะปกคลุมด้วยขนสั้น ส่วนคอจะปกคลุมด้วยขนที่หนาและยาวกว่า
ด้านหน้าของขาหน้าและขาหลังจะมีขนยาวและยื่นไปปกคลุมข้อเท้าและข้อขาหลังตามลำดับ
ขนที่นิ่มและคล้ายไหม, ขนชั้นนอกยาวเกินไป, ขนเหมือนขนสัตว์และหยิกเป็นลอนเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
♥ ไงๆ เป็นยังไงกันบ้าง ?? มีน้องหมาที่ชอบเหมื่อนกันรึเปล่าๆ 555+ บทความนี้ไม่มีอะไรมาก เเค่อยากจะเรียนรู้ลักษณะ นิสัย การดูเเลในสิ่งที่เรารัก เราชอบเท่านั้น ในอนาคต อยากจะเป็น สัตวเเพทย์ อยากรักษาสัตว์ชนิดต่างๆ เเต่สัตว์ที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด ไม่พ้นน้องหมา น้องเเมว น้องหนู น้องกระต๋าย ที่ฮิตสุดก็น้องหมา ฮ่าๆ เลยอยากจะศึกษาไว้ .... จะทำทุกสายพันธ์ุก็ดูจะเยอะไป เลยจำกัดขอบเขตเเค่สายพันธ์ุที่เราสนใจเอาหน๊ะ ^0^ ขอบคุณที่รับชมน่ะฮ่ะ !! <3
ขอบคุณข้อมูลจาก http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2010/01/J8758797/J8758797.html น๊ะค่ะ ^^
















